ความรู้สิ่งแวดล้อม 01/08/2026 11:28 น. 4 เข้าชม

ฤดูฝน อากาศชื้น แกลบเปียกง่าย แก้ไขอย่างไร? แนวทางจัดการความชื้นในโรงเรือนอย่างเป็นระบบ

ผู้เขียนบทความ ผู้ดูแลระบบ BioDry
ฤดูฝน อากาศชื้น แกลบเปียกง่าย แก้ไขอย่างไร? แนวทางจัดการความชื้นในโรงเรือนอย่างเป็นระบบ

                ในช่วงฤดูฝน ความชื้นภายในโรงเรือนมักเพิ่มสูงขึ้นจากสภาพอากาศและฝนที่ตกต่อเนื่อง ทำให้วัสดุรองพื้น เช่น แกลบ หรือวัสดุรองพื้นชนิดอื่น ดูดซับความชื้นได้ง่าย หากไม่มีการจัดการที่เหมาะสม จะส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมภายในโรงเรือน สุขภาพสัตว์ และประสิทธิภาพการเลี้ยงในระยะยาว

                การจัดการความชื้นจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความสะอาด แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรค ควบคุมกลิ่น และรักษามาตรฐานการผลิตของฟาร์ม

 

เมื่อแกลบเปียก ความเสียหายที่ตามมามีอะไรบ้าง?

หลายฟาร์มมักมองว่าพื้นเปียกเป็นเรื่องปกติในช่วงหน้าฝน แต่ในความเป็นจริง ความชื้นที่สะสมสามารถก่อให้เกิดปัญหาหลายด้าน ได้แก่

1. แกลบจับตัวเป็นก้อน

เมื่อวัสดุรองพื้นมีความชื้นสูง แกลบจะจับตัวแน่น ระบายอากาศได้ไม่ดี และแห้งช้า ส่งผลให้พื้นโรงเรือนไม่เหมาะกับการเลี้ยงสัตว์

2. กลิ่นแอมโมเนียเพิ่มสูงขึ้น

มูลสัตว์ที่สะสมบนพื้นเปียกจะเกิดการย่อยสลายอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดก๊าซแอมโมเนียในปริมาณมาก ซึ่งส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจของสัตว์และผู้ปฏิบัติงาน

3. เชื้อโรคและแบคทีเรียเจริญเติบโต

สภาพแวดล้อมที่ชื้นเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และจุลินทรีย์ก่อโรค เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภายในฟาร์ม

4. ปัญหาเท้าไก่อักเสบ (Foot Pad Dermatitis : FPD)

พื้นเปียกทำให้ฝ่าเท้าของไก่สัมผัสกับความชื้นตลอดเวลา จนเกิดแผลอักเสบ ส่งผลต่อคุณภาพซากและอาจถูกหักราคาเมื่อนำส่งโรงงาน

5. ไก่โตช้าและประสิทธิภาพการเลี้ยงลดลง

เมื่อสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม สัตว์จะเกิดความเครียด กินอาหารลดลง และมีการใช้พลังงานมากขึ้น ส่งผลให้การเจริญเติบโตไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

6. ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น

การรักษาโรค การเปลี่ยนวัสดุรองพื้น การใช้แรงงาน และการสูญเสียจากคุณภาพผลผลิต ล้วนทำให้ต้นทุนของฟาร์มสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น

 

แนวทางจัดการความชื้นในโรงเรือนอย่างเป็นระบบ การแก้ปัญหาความชื้นไม่ควรรอจนพื้นเปียก แต่ควรเริ่มจากการวางระบบป้องกันตั้งแต่ต้นทาง

1. ควบคุมความชื้นภายในโรงเรือน

ควรรักษาค่าความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity : RH) ให้อยู่ในช่วงประมาณ 50–70% พร้อมจัดระบบระบายอากาศให้เหมาะสม เพื่อช่วยลดการสะสมของไอน้ำภายในโรงเรือน แนวทางที่ควรปฏิบัติ ได้แก่

·       ตรวจสอบการทำงานของพัดลมและระบบระบายอากาศ

·       ปรับการเปิด-ปิดม่านให้เหมาะกับสภาพอากาศ

·       ป้องกันน้ำฝนสาดเข้าภายในโรงเรือน

 

2. จัดการระบบน้ำให้มีประสิทธิภาพ

น้ำที่หยดหรือรั่วจากระบบให้น้ำเป็นสาเหตุสำคัญของพื้นเปียก ควรตรวจสอบ

·       หัวนิปเปิลให้น้ำ

·       แรงดันน้ำ

·       ท่อน้ำ

·       จุดรั่วซึมภายในโรงเรือน

การตรวจสอบเป็นประจำจะช่วยลดการสะสมของความชื้นได้อย่างมาก

 

3. ดูแลวัสดุรองพื้นอย่างสม่ำเสมอ

วัสดุรองพื้นที่ดีควรแห้ง โปร่ง และไม่จับตัวเป็นก้อน ระหว่างการเลี้ยงควร

·       พรวนแกลบเป็นประจำ

·       เติมแกลบใหม่ในบริเวณที่ชื้น

·       เปลี่ยนวัสดุรองพื้นเมื่อเสื่อมสภาพ

·       เลือกใช้แกลบที่มีคุณภาพและมีความชื้นต่ำ

 

4. ใช้ตัวช่วยลดความชื้นจากธรรมชาติ

การใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยดูดซับความชื้นและปรับสภาพพื้นโรงเรือน สามารถช่วยให้การจัดการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผลิตภัณฑ์อย่าง BioDry ช่วย

·       ดูดซับความชื้นส่วนเกิน

·       ช่วยให้มูลสัตว์แห้งเร็วขึ้น

·       ลดกลิ่นไม่พึงประสงค์

·       ลดก๊าซแอมโมเนีย

·       ช่วยยับยั้งการสะสมของเชื้อโรคบางชนิด

·       ส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงสัตว์

เมื่อใช้ร่วมกับการจัดการฟาร์มที่ดี จะช่วยให้พื้นโรงเรือนแห้งได้เร็วและรักษาคุณภาพของวัสดุรองพื้นได้ยาวนานขึ้น

 

5. รักษาความสะอาดโรงเรือน

หลังจบรอบการเลี้ยง ควรทำความสะอาดโรงเรือนอย่างละเอียด ได้แก่

·       กำจัดวัสดุรองพื้นที่เสื่อมสภาพ

·       ล้างทำความสะอาดพื้นและอุปกรณ์

·       ฆ่าเชื้อตามมาตรฐาน

·       เตรียมโรงเรือนก่อนรับสัตว์รุ่นใหม่

การเตรียมโรงเรือนที่ดี จะช่วยลดการสะสมของเชื้อโรคและลดปัญหาความชื้นในรอบการเลี้ยงถัดไป

 

วิธีสังเกตว่าแกลบเริ่มชื้นหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้ง่ายด้วยการใช้มือกำแกลบ

แกลบแห้ง

·       ร่วน

·       ไม่จับตัว

·       ไม่มีน้ำติดมือ

เหมาะสำหรับการเลี้ยงสัตว์

 

แกลบเริ่มชื้น

·       เริ่มจับตัวเป็นก้อน

·       เมื่อคลายมือยังแตกตัวได้

ควรเริ่มพรวนหรือปรับปรุงวัสดุรองพื้น

 

แกลบชื้นมาก

·       จับตัวแน่น

·       มีน้ำติดมือ

·       มีกลิ่นแรง

ควรรีบแก้ไขทันที เพราะเป็นสภาพที่เอื้อต่อการสะสมของเชื้อโรคและการเกิดแอมโมเนีย

 

เมื่อสามารถควบคุมความชื้นภายในโรงเรือนได้อย่างเหมาะสม จะช่วยให้

·       พื้นโรงเรือนแห้งและสะอาด

·       ลดกลิ่นและก๊าซแอมโมเนีย

·       ลดความเสี่ยงของโรคภายในฟาร์ม

·       ลดปัญหาแผลฝ่าเท้าในไก่ (FPD)

·       สัตว์เจริญเติบโตได้ดี

·       ลดต้นทุนด้านการจัดการและการรักษา

·       เพิ่มประสิทธิภาพและผลตอบแทนของฟาร์มในระยะยาว

 

                การจัดการความชื้นภายในโรงเรือนเป็นพื้นฐานสำคัญของการเลี้ยงสัตว์ที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน การควบคุมความชื้นตั้งแต่ต้นทาง ร่วมกับการดูแลวัสดุรองพื้น ระบบน้ำ การระบายอากาศ และการใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยปรับสภาพโรงเรือน จะช่วยลดปัญหากลิ่น แอมโมเนีย เชื้อโรค และแผลฝ่าเท้าในสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การลงทุนกับการจัดการความชื้นตั้งแต่วันนี้ คือการลดความเสี่ยง ลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิตของฟาร์มในอนาคต

 

📞 ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

                หากฟาร์มของคุณกำลังประสบปัญหา แกลบเปียก กลิ่นแอมโมเนียสูง พื้นโรงเรือนชื้น หรือปัญหาเท้าไก่อักเสบ (FPD) ทีมงาน บริษัท ไบโอดราย (ไทยแลนด์) จำกัด พร้อมให้คำปรึกษา ลงพื้นที่วิเคราะห์ปัญหา และออกแบบแนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในฟาร์มให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ เพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพการเลี้ยง ลดต้นทุน และสร้างฟาร์มที่มีมาตรฐานอย่างยั่งยืน

ผู้ดูแลระบบ BioDry

ทีมวิชาการและวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านระบบอบแห้งทางชีวภาพและนวัตกรรมสีเขียว บริษัท ไบโอดราย (ประเทศไทย) จำกัด